ครั้งแรกกับ Flight Delhi
เปิดเส้นทางบินใหม่ ไปเยือนเมืองแขกครั้งนี้ ได้รับคำบอกเล่า และคำขู่มามากมาย ว่าให้ระวังตัวให้ดี เพราะ Flight นี้เป็น 1 ใน Flight ยอดแย่ที่สุดในสายการบินของเรา
บอกไม่ถูกค่ะ ไม่มีอะไรในหัวเลย แต่มีอยู่ครั้งนึง ทำกลับเมืองไทยมีผู้โดยฯอินเดียนั่ง business class มา แบดเข้าไป ถามน้ำว่าจะรับอะไรมั้ย เค้าก็ ส่ายยยยหัว ทำคอยึกยักเหมือนหนังแขก แบดยืนมึนอยู่พักนึงค่ะ เอาใหม่ ถามต่อ รับน้ำอะไรมั้ย เค้าก็ ส่ายยยยยหัว เฮ้ย! มันยังไงวะ ภาษาอังกฤษก็แล้วไม่เข้าใจ ภาษาไทยเลยละกัน ทานน้ำอะไรมั้ยคะ ทีนี้แขกงงค่ะ เอาวะครั้งสุดท้ายภาษาอังกฤษนี่แหละ บอกน้ำไปให้หมดเลยว่ามีอะไรบ้าง คุณคะ เรามีน้ำส้ม แอปเปิ้ล ส้มยูซุ ชาเขียว โค้ก สไปร์ท ไวน์ เบียร์ก็มีนะคะ
คุณแขกยิ้มแล้วส่ายยยยหัวให้ Orange juice please อ้อ! เป็นอันเข้าใจ ส่ายยยยหน้า แปลว่า เอา เหอๆ
แต่เรื่องมันยังไม่จบแค่นั้นค่ะ เพราะคนที่ take order อาหารเป็นพี่อีกคน แบดพี่เค้าเดินตามหลังแบดที่กำลังเสิร์ฟน้ำผู้โดยสารคนถัดไปอยู่ ก็พอจะได้ยินว่าเค้าคุยอะไรกัน
พี่เค้าเริ่มเสนอเมนู วันนี้เรามีอาหารญี่ปุ่น และสเต๊กเนื้อ และสเต๊กปลาซอสครีม รับอะไรดีคะ
คุณแขกส่ายหน้า
พี่ก็งงเลยถามว่า คุณจะ cancle อาหารเหรอคะ
คุณแขกยังส่ายหน้ายิกๆ
พี่บอกว่า ชั่วโมงบินนานนะคะ ให้เราเก็บไว้ให้มั้ย ถ้าอยากทานเมื่อไหร่ ให้เรียกเราได้ทุกเวลา
คุณแขกยังจะส่ายหน้าต่อ บอกว่าจะทานเดี๋ยวนี้
พี่ก็ งง เลยถามอีกทีว่าจะทานอะไร
คุณแขกแกส่ายยยยหน้าไปมาแล้วตอบว่า ปลา
พี่ งงหนักเลยค่ะ คุณไม่ทานปลาเหรอคะ
คุณแขกแกส่ายหัวใหญ่เลยบอกว่า ปลา ปลา
เห็นท่าไม่ดี แบดเดินแอบย่องมาบอก พี่คะ เค้าส่ายหัว แปลว่าเอา ค่ะพี่ ถ้าไม่เอาจะโบกมือ ประกอบส่ายหัว พี่เราเลยถึงบางอ้อ
เฮ้อ! เกือบไม่ได้กินแล้วมั้ยล่ะคุณแขก
มาถึง Flight เดลี ของจริงซักที
โชคดีเหลือเกินค่ะที่วันนี้อยู่ชั้นประหยัด ผู้โดยสารมี 50 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่น มีแขกอยู่ไม่กี่คน ทุกคนเรียบร้อยกันดี ยกเว้น ผู้โดยสารเนปาล 6 คนที่ถูกผลักดันออกนอกประเทศ คนเหล่านี้พูดภาษาญี่ปุ่นได้ซะด้วย เราคาดกันว่าเค้าอาจจะเข้าเมืองมาทำงานโดยผิดกฎหมาย แต่ช่างเค้าเถอะค่ะ ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น ประเด็นมันอยู่ที่ว่า ทุกอย่างบนเครื่องฟรีหมด กินได้ทุกอย่างเท่าที่อยากจะกิน เชื่อมั้ยคะว่าชั่วโมงบินตั้ง 8 ชั่วโมงกว่า เค้าไม่หลับกันเลยค่ะ 6 คนกินเหล้าหมดไป 3 ขวด เตือนก็แล้ว อะไรก็แล้ว ก็ยังกินกันอย่างเสมอต้นเสมอปลาย หลังๆ เราแทบจะไม่เดินผ่านเลยค่ะ เพราะผ่านทีไรก็ขอเหล้า ขอถั่ว พอไม่เดินผ่าน ก็กดปิ๊งป่องเรียก รู้ดีจริงๆ แถมเสียงดัง รบกวนผู้โดยสารคนอื่นอีก ผู้โดยสารหลายคนขอย้ายที่นั่งให้ไปพ้นๆจาก 6 นี้ เราก็จัดให้ค่ะ เพราะเข้าใจดี แล้วก็เข้าไปเตือนว่าอย่าเสียงดังรบกวนผู้โดยสารคนอื่นๆ
มีคนนึงทะลึ่งพูดขึ้นมาเสียงดังมาก you are so beautiful. You are so kind. Give me some more wine.
หึๆ พูดกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง แบดเลยบอกว่า ถ้าคุณกินแอลกอฮอล์แล้วเมา เอะอะเสียงดัง ชั้นก็จะกลายเป็นนางมาร คุณอยากได้อย่างนั้นใช่มั้ย ถ้าอยากให้ชั้นใจดีกับคุณต่อไป คุณกินได้แต่อย่าเสียงดัง เข้าใจมั้ย จบค่ะ เฮ้ออ! นี่แค่ 6 คนนะคะ
ขากลับ แขกเพียบเลย โพกผ้ามาหัวโด่งกันทุกคนเลย แต่ไม่น่าเชื่อค่ะ เรียบร้อยดีกันทุกคน แต่เรื่องที่ต้องเชื่อคือ กลิ่นค่ะ เหอๆ ทั้งกลิ่นเต่า กำยาน กลิ่นอะไรก็ไม่รู้ตลบอบอวลกันไปหมด เล่นเอาแอร์ต้องพักดมยาดม แก้มึนกันก่อน ห้องน้ำ นี่ไม่รู้ว่าเข้าไปอาบน้ำกันหรือเปล่า น้ำกระจายเปียกเต็มห้องน้ำเลย ดีนะไม่มีอย่างอื่นมากองให้เห็นเหมือนที่คนอื่นๆเค้าเจอกันมา ถือว่ายังโชคดีหน่อย
พอหอมปากหอมคอค่ะ กับครั้งแรกในเดลี
|