ตามหาซากุระ ภาค 2
ผ่านไป 10 วัน แบดได้วัน holiday ที่ Narita อีกครั้ง ไม่รู้ว่าสวรรค์เห็นใจที่ถูกเรียกบินอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน แถมบินไปก็ป่วยหนักอีกต่างหาก แต่ใจสู้ไม่ยอมกลับบ้านค่ะ
โชคดีที่คราวนี้เจอ สุ่ย เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งมีวันหยุดพร้อมกันพอดี ปฏิบัติการตามล่าหาซากุระ จึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าจะมีเสียงทัดทาน (อีกแล้ว) เกี่ยวกับเรื่องอากาศว่า ฝนจะตกกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ แบดดูพยากรณ์อากาศทางทีวีแล้วเค้าก็บอกอย่างนั้นๆจริงค่ะ ที่สำคัญการพยากรณ์อากาศของญี่ปุ่นแม่นยำมากซะด้วยสิ ขนาดว่าจะตกกี่โมงยังบอกได้อย่างกับตาเห็น อีกอย่างเค้าสามารถทำนายเรื่องแผ่นดินไหวได้อย่างแม่นยำ จนสามารถออกประกาศเตือนประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวได้ภายใน 3 นาที ล่าสุดที่มีแผ่นดินไหว บ้านถล่มมาก็เยอะ แต่จำนวนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บมีน้อยมาก นี่ได้ข่าวว่าเค้าจะสร้างระบบเตือนภัยใหม่ให้สามารถเตือนภัยได้ภายใน 1 นาที เพื่อลดจำนวนของผู้ได้รับบาดเจ็บให้น้อยลงยิ่งกว่าเดิม นี่ถ้าบ้านเราทำได้อย่างเค้าบ้าง คงจะไม่มีคนตายจากน้ำท่วมมากอย่างปีที่ผ่านมา
ถึงแม้ว่าอากาศจะไม่เป็นใจและเสี่ยงต่ออาการไข้กลับด้วย แต่แบดและสุ่ยก็สู้ตายค่ะ! คราวนี้มีสมาชิกเพิ่มอีก 2 คน เพื่อนสุ่ยที่เป็นนักเรียนไทยในญี่ปุ่น และพี่เมย์ พี่ที่มาบินด้วยกับแบดค่ะ
เป้าหมายของเราไม่ต่างจากครั้งแรกเท่าไหร่ เราเริ่มต้นกันที่สวนสาธารณะอูเอะโนะ ชื่อดัง ใครๆก็ต้องมาดูซากุระกันที่นี่ ตั้งแต่เริ่มนั่งรถไฟ เริ่มรู้สึกว่าคนเยอะผิดปกติทั้งๆที่เป็นวันทำงาน ระหว่างทางไม่ว่าจะเป็นตามริมคลอง โรงเรียน หรือบนถนนทั่วไป ดอกไม้ก็บานสะพรั่งเต็มไปหมด ความหวังที่จะได้ชมดอกซากุระบานก็กลับมาอีกครั้ง
พอเข้าในสวนอูเอะโนะ มีคนเต็มไปหมด นี่แหละค่ะเทศกาล โอฮานามิ (ชมดอกไม้)ของจริง ภาพที่เห็นในวันนี้เทียบไม่ได้กับเมื่อ 10 วันที่แล้วต้นไม้ทุกต้นมองดูเหมือนขนมสายไหมฟูๆ สีขาวและสีชมพู สวยงามสุดที่จะบรรยายจริงๆ

ทางเข้าก็คึกคักแล้วค่ะ

เที่ยบไม่ได้กับเมื่อ10 วันที่แล้วเลย

พี่เมย์ สุ่ยและแบดใต้ต้นซากุระค่ะ
เทศกาลโอฮานามิ (Hanami) หรือเทศกาลชมดอกไม้ ที่หมายถึงซากุระเป็นหลัก คงเป็นเพราะช่วงที่ดอกซากุระบานนั้น จะมีให้ชมแค่ปีละครั้ง และจะบานอยู่เพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้นค่ะ เค้าก็เลยให้ความสำคัญเป็นพิเศษ อาจจะชมกันเองใต้ต้นไม้ที่บ้าน หรือตามสวนสาธารณะก็ได้แล้วแต่สะดวก คนญี่ปุ่นเค้าก็ถือโอกาสเป็นการพบปะสังสรรค์ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน พวกนี้จะเตรียมจองที่กันตั้งแต่หัววัน บางคนลางานมาจองพื้นที่สำหรับนั่ง หอบเหล้ายาปลาปิ้ง บ้างก็ยกถังเบียร์สด เตาย่างเหมือนหมูกระทะบ้านเราก็มี เรียกว่า เปลี่ยนที่กินข้าว (และเหล้า) มาเป็นใต้ต้นไม้เท่านั้นเอง



 


ดอกไม้ที่นี่เจ๋งจริงๆค่ะ
ที่สวนอูเอะโนะเป็นที่ชุมนุมของคนค่อนข้างมาก สิ่งที่แบดมองเห็นคือ เกิดธุรกิจเฉพาะเทศกาลนี้ขึ้นมา คือการขายกล่องกระดาษ เหมือนลังเบียร์บ้านเรานี่แหละค่ะ แต่สั่งทำขนาดเท่ากันทั้งหมด แล้วขายเลย คนที่ซื้อไปก็แล้วแต่ไอเดียของแต่ละคน ว่าจะบรรเจิดขนาดไหน บางคนเอามาเรียงต่อกันเป็นโต๊ะ บางคนสร้างเป็นบ้านเลย เหมือนกับว่า เมาแล้วก็เข้าไม่นอนเอาแรง แล้วเดี๋ยวออกมากินต่อ อันที่แบดคิดว่าเจ๋งสุดน่าจะเป็นสร้างเป็นชั้นวางรองเท้าและที่เก็บของ เป็นของธรรมดา แต่เห็นแล้วก็ต้องพูดว่า คิดได้ไง
บรรยากาศรอบๆค่ะ ไอเดียบรรเจิดจริงๆค่ะ
เห็นแล้วแบดก็นึกถึงธุรกิจที่เกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลา ในบ้านเราก็มีเหมือนกันค่ะ ใครที่เคยไปดูบอลที่สนามศุภฯ หรือสนามราชมังคลาฯ เวลาที่ฝนตกอย่างกะทันหัน ราวกับว่าไม่มีการพยากรณ์อากาศมาก่อน ทันใดนั้นเราจะเห็นเด็กและผู้ใหญ่ที่เพิ่งจะเดินขายของที่ระลึกอยู่ดีๆ ก็มีผ้ายางสำหรับรองนั่งและกันฝนมาขายทันที อันนี้ก็ต้องพูดอีกว่า คิดได้ไง
ช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงเทศกาลค่ะ ร้านค้าที่มาขายของกินของดื่มย่อมตามมาด้วย อาหารยอดฮิตที่มีขายคือ ปลาหมึกย่าง โอโคโนมิยากิ(พิซซ่าญี่ปุ่น) ทาโกะยากิ(ขนมครกญี่ปุ่น) ยากิโซบะ สนนราคา 500 เยน (ประมาณ 150 บาท) ต่อ 1 จานทุกเมนูค่ะ ถ้าถามว่าอร่อยมั้ย ก็อร่อยดีตามเทศกาลและบรรยากาศ ยังไม่ถึงกับน้ำตาไหลค่ะ

เดินมาได้ครึ่งวันแต่ความประทับใจยังไม่จบแค่นี้ แผนการเดินทางเริ่มต้นใหม่ด้วยการกางแผนที่และดูหนังสือ โปรดอย่ารอคอย แต่จงติดตามด้วยความตึ๊กๆ ในดวงหทัยพลัน (อีกแล้ว) เหอๆ
 |